Windows Mobile 7 สำหรับ PDA Phone
posted on 08 Sep 2008 21:59 by teerachaimahite
เป็นข่าวที่ออกมาอยู่เรื่อยๆว่าทาง Microsoft จะออก Windows Mobile 7 สำหรับ PDA Phone
ส่วนตัวผมและอีกหลายๆคนตอนนี้อาจยังใช้ Windows Mobile 6 กันอยู่
ก้อคงได้แต่รอกันไปก่อนนะครับว่าเจ้า Windows Mobile 7 เมื่อไหร่มันจะออกมาซักที
วันนี้ผมไปอ่านเจอบทความเกี่ยวกับคุณสมบัติของ Windows Mobile 7 ว่ามีอะไรบ้าง
ในเว็บไซด์ http://www.pdamobiz.com/show_news.asp?NewsID=111341&PN=1
ผมเลยนำมาฝากกันครับ
แต่เท่าที่ผมอ่านๆมาแล้ว คาดว่า คงจะกินทรัพยากรเครื่องอย่างมากเลยล่ะครับ
ลูกเล่นเยอะจัด แพรวพราว คาดว่า อาจจะทำแข่งกับ iPhone เลยก้อว่าได้นะครับ
เครื่องที่มี cpu ความเร็วต่ำๆ แรมน้อยๆ คงอาจจะมองตาปริบๆเลย ( รวมทั้งผมด้วย
)
ว่าแต่....เครื่องเก่าๆของพวกเราจะอัพเดทหันได้มั๊ยเนี่ย?????
_____________________________________________________
Windows Mobile 7 เผยโฉมพร้อมสัมผัสประสบการณ์แบบใหม่
| |
|
เป็น OS ใหม่ล่าสุดจาก Microsoft ที่ก่อนหน้านี้เพิ่งจะออกข่าวว่าจะมี minor change
เป็น Windows Mobile 6.1 แต่ทว่าวันนี้ ก็มีข่าวของ OS ใหม่ออกมาพร้อมโฉมหน้าการใช้งานแบบที่เรียกว่า
น่าทึ่งไปเลยทีเดียวกับ Windows Mobile 7 พร้อมเปลี่ยน Logo ใหม่
......
หลายๆ คนคงรอคอยการมาของ OS ใหม่ Windows Mobile 7 นี้มานานแสนนาน
นับตั้งแต่ก่อนหน้านี้เป็นปีตั้งแต่ที่มีข่าว Code Name Photon ออกมา แต่ ณ ตอนนี้เอง ก็มีโฉมหน้า
และการใช้งานออกมาแล้ว มีฟีเจอร์การใช้งานมากมายที่น่าทึ่ง อาจจะเรียกว่า OS ตัวนี้
เป็นการผลิกโฉมหน้าของ Windows Mobile กันอีกครั้งหนึ่ง
จากแหล่งข่าว มีเอกสารอ้างอิงจากไมโครซอฟท์ถึงการใช้งานและรายละเอียดต่างๆ
ใน Windows Mobile 7 นี้แต่ไม่สามารถนำมาเปิดเผยได้ ซึ่งในระหว่างนี้
OS ใหม่ล่าสุดก็ยังคงอยู่ภายใ้ต้การพัฒนาของนักพัฒนาต่อๆไป
คงจะมีการปรับเปลี่ยน ปรับปรุงจนสมบูรณ์ ซึ่งกว่าจะออกมาให้เราใช้งานกันจริงๆ
ก็คงไม่ต่ำกว่าหนึ่งหรือสองปี
ซึ่งคงต้องราทาง Bill Gate มาเปิดตัว Windows Mobile 7 กันอย่างเป็นทางการอีกครั้งหนึ่ง
มีอะไรใหม่บ้างใน Windows Mobile 7
สำหรับ Windows Mobile 7 นี้ จะมาเปลี่ยนวิธีการใช้งานโทรศัพท์ Windows Mobile Phone
ที่เรียกว่า ลืมการใช้งานในปัจจุบันนี้ไปได้เลย ซึ่งทุกๆ การใช้งานบน Windows Mobile 7
จะขึ้นอยู่กับการสัมผัสบนตัวอุปกรณ์ ที่เรียกว่า motion gesture
แปลความหมายได้ว่า การเคลื่อนไหว และการแสดงท่าทาง ซึ่งในที่นี้หมายถึง
การใช้การเคลื่อนไหวการสัมผัสลงบนหน้าจอของ Windows Mobile Phone นั่นเอง
รวมถึงการขยับ สั่น หรือเขย่า ตัว Windows Mobile Phone เองด้วย
และแน่นอนว่ามีการใช้งาน Multi-Touch ที่เราใช้งานกันบน iPhone อยู่ในตอนนี้อยู่ด้วย
Windows Mobile 7 สามารถใช้การแสดงท่าทางในการสัมผัส คล้ายการทำงานของ iPhone
สามารถ scroll หน้าต่างได้ง่ายในกรณีที่มีข้อมูลเกินหนึ่งหน้า
และยังสามารถใช้การวาดลงบนหน้าจอเพื่อควบคุมการมองเช่น ย่อหรือขยายหน้าจอขณะนั้นๆ
รวมถึงแพน หน้าจอไปยังส่วนต่างๆ ได้นอกจากนี้ยังนำ Motion Gestures
มาประยุกต์การทำงานต่างๆ บางอย่างที่ iPhone ทำไม่ได้ในตอนนี้
สามารถนำกล้องมาใช้งานตรวจสอบการเคลื่อนไหวสร้างแอคชั่นแบบต่างๆ ได้
และยังสามารถใช้การ เขย่า หรือหมุนเครื่อง เพื่อจะทำบางสิ่งบางอย่าง เช่นปลดล็อคหน้าจอ
และยังฉลาดพอที่จะรู้ว่าสามารถดับหน้าจอเวลาไหนที่ใช้งาน ขณะไม่ใช้งานก็จะดับเองโดยอัตโนมัติ
Windows Mobile 7 ยังได้รับอิทธิพลจาก Windows Vista ที่นำการใช้งานและรูปแบบของอินเตอร์เฟส
และฟีเจอร์ต่างๆ มาประยุกต์ใช้งานบน Windows Mobile 7 โดยเฉพาะเรื่องหน้าตา กราฟิค
หรือเอฟเฟ็คต่างๆ ที่จะอลังการงานสร้างมากกว่าทุกวันนี้ และนอกจากนี้เอง ยังออกแบบมาให้ใช้ควบคุม
การทำงานโดยการใช้นิ้วของเรา โดยเฉพาะ ไม่จำเป็นต้องใช้สไตลัสกันอีกต่อไป แน่นอนว่า
สามารถใช้งานทุกๆ ด้านโดยใช้มือเดียว อย่างที่เราต้องการกันในทุกวันนี้ และ OS เดิมๆ
ก็ยังไม่สามารถตอบสนองการใช้งานได้ แต่ Windows Mobile 7 จะให้เราได้พบกับประสบการณ์ใหม่ๆ
ง่ายต่อการทำความเข้าใจในการใช้งาน และสนุกอีกด้วย ไม่เพียงเท่านั้น Windows Mobile 7
ยังออกแบบมาให้เหมาะกับอุปกรณ์ทุกชนิด ทั้งที่ไม่มีปุ่มเลย หรือมีปุ่มน้อยที่สุด
หรือว่าจะมีปุ่มใช้งานมากมายนับไม่ถ้วน หรือบนอุปกรณ์ที่มี keyboard (QWERTY)
หรือว่าอุปกรณ์ที่ไม่สามารถสัมผัสหน้าจอได้ก็ตาม เรียกว่ารองรับทุกอุปกรณ์
Windows Mobile 7 ถูกออกแบบมาให้เรียบง่าย สะดวกกับการใช้งานทางด้าน mutimedia
ทั้งการจัดการเกี่ยวกับรูปภาพ วีดีโอรวมถึง เกมส์ และแน่นอนจุดอ่อนสำหรับ Windows Mobile
ที่มีมายาวนานก็คือ Browser ที่จะได้พบกับการใช้งานแบบใหม่ โดยใช้การแทปหน้าจอ
หรือนำเอาการเขย่าเครื่อง หรือเอียงเครื่องมาใช้ในการเปลี่ยนหน้าเว็บเพจ
ในส่วนของ keyboard เองก็จะได้รับการปรับปรุงคงจะไม่เหมือนกับ iPhone เลยซะทีเดียว
แต่ว่าจะมาในสไตล์ของ Windows Mobile เอง แน่นอนว่าคงจะมีอะไรให้น่าสนใจอีกแน่นอน
ด้านบนเป็นเพียงรายละเอียดคร่าวๆ ที่ได้รับการเปิดเผย แต่ยังไม่จบเท่านี้
เพียงแค่ข้อความอาจจะยังไม่เข้าใจ เรามาดูภาพที่ได้รับการเปิดเผย เพื่อทำความเข้าใจกับ
Windows Mobile 7 กันครับ เตรียมตัวรับของใหม่กันสักหน่อย
Motion Gestures
ขอเรียกเป็น Motion Gestures เลยนะครับ ทับศัพท์ แปลเป็นไทยอาจจะยังไม่สื่อเท่าไหร่นัก
ง่ายๆ ก็คือการใช้การเคลื่อนไหวในลักษณะต่างๆ ในการสั่งงานเครื่อง ให้ทำงานตามที่ต้องการ
แน่นอนว่าคงเกี่ยวข้องกับนิ้วของเราแน่ๆ ซึ่งสามารถใช้นิ้วของเราควบคุมการทำงานโดยการ
สคอลขึ้นลง ซ้ายขวา ทั้งแนวนอน และแนวตั้ง รวมถึงการใช้งานใน task หรือการเรียกใช้เมนู
ทั้งแบบแตะแล้วปล่อยเพื่อเรียกใช้งาน หรือว่าการแตะค้างเอาไว้เพื่อควบคุมให้ทำงานบางอย่าง
สามารถทำการแตะค้างเอาไว้และลากไอเท็ม หรือไอคอนที่เราแตะ
ไปมาเพื่อย้ายไอคอนไปยังที่ ที่ต้องการ รวมถึงการทำ shortcut และเรียกใช้งาน
ไม่เพียงเท่านั้น ทางไมโครซอฟท์เองยังฒนา Motion Gestures ให้ใช้งานกล้องให้สามารถตรวจสอบ
การเคลื่อนไหว และนำมาควบคุมการทำงานในขณะใช้อุปกรณ์ได้อีกด้วย
ตอนนี้ยังคงเป็นเพียงคอนเซ็ปท์หรือแนวคิดที่จะพัฒนา และแน่นอนว่าอุปกรณ์ที่ทำตรงนี้ได้
ไม่จำเป็นต้องมีเครื่องตรวจวัด หรือไจโลสโคปเพื่อตรวจจับการเคลื่อนไหว
เรียกว่าเป็นเทคโนโลยีที่พัฒนาโดยไม่ต้องอาศัยการเพิ่มเติมทางด้านฮาร์ดแวร์ลงไปในโทรศัพท์เพิ่มเติม
แต่แน่นอนว่าหากใช้งานตรงนี้เราก็ต้องเสียในส่วนของพลังงาน หรือแบตเตอรี่ที่มีอายุการทำงานไ้ด้น้อยลง
การทำงานแบบ gesture นี้สามารถใช้งานในโหมดของการฟังเพลงรวมถึงการดูภาพ ซึ่งการ เขย่า
หรือ เอียงเครื่องไปทางซ้ายหรือขวา จะเป็นการเปลี่ยนเพลงให้เล่นเพลงถัดไปหรือเพลงที่ผ่ามา
หรือว่านำมาใช้งานในการเลื่อนดูรูปภาพและหาก เขย่าตามปกติ สามารถปรับโหมดการเล่นเพลง
ให้เป็นแบบ shuffle ได้ โอ้
น่าทึ่งจริงๆ เลย ลองดูจากภาพด้านล่างประกอบ ซึ่งแน่นอนว่า
การทำงานนี้คงสามารถใช้งานได้กับ Windows Media Player บน Windows Mobile 7
รวมถึงโปรแกรมที่ใช้ดูรูปภาพด้วย
อีกอย่างหนึ่งของ gesture นี้ก็คือสามารถใช้งานร่วมกับ direchtion pad เพื่อควมคุมการดูภาพ
ซึ่งในขณะที่อยู่ในโหมดการดูภาพเต็มหน้าจอหรือ full screen ก็สามารถ การย่อ ขยายภาพ
หรือ เลื่อนภาพไปทางซ้ายหรือขวา ก็ได้ โดยใช้ directional pad
อีกส่วนหนึ่งที่ขาดไม่ได้เลยก็คือการใช้งานกับ Web Browser
สิ่งที่แตกต่างจากการใช้งาน Internet Explorer ทั่วๆไป ก็คือ หน้าตาอินเตอร์เฟสที่ดูล้ำสมัย
และเป็นเวอร์ชั่นของ Destop ที่สามารถดูได้แบบเต็มๆ ตา ไม่ใช่เวอร์ชั่น PDA ที่เราใช้งานกันอยู่ทุกวันนี้
แน่นอนว่าเหมือนกับ iPhone แต่สิ่งที่รองรับบน Browser คงมากกว่า เช่น การเรียกใช้งาน flash
และแน่นอนว่า ในกรณีที่ดูหลายๆ หน้าเว็บเพจ ก็ต้องมีการ tab browsing เข้ามาเหมือนกับ iPhone
โดยสามารถเลือกโดยมีหน้าตาของเว็บเพจต่างๆ ที่เราเปิดอยู่เป็นแบบ thumnail เมื่อต้องการเปลี่ยนหน้า
ก็แค่เพียง เอียงเครื่องไปทางซ้ายหรือขวา
อีกส่วนหนึ่งที่ชาญฉลาดสำหรับ Windows Mobile 7 ก็คือ การเปิดปิด การทำงานหน้าจอโดยอัติโนมัติ
เช่นในขณะที่เราไม่ได้ใช้งานเก็บในซองหรือเคส หน้าจอจะดับโดยอัตโนมัติ
แต่ก็ยังคงทำงานควบคู่กับระบบเสียงและสั่น เมื่อมีสายเข้า แต่ถ้าหากเราหยิบเครื่องขึ้นมาหน้าจอก็จะติดโดยอัตโนมัติ
รวมถึงการใช้งานโทรศัพท์ด้วย เมื่อเอามาแนบกับใบหน้าก็เช่นเดียวกัน โดยการทำงานทั้งหมดนี้
จะใช้กล้องเป็นตัววัดแสง เรียกว่าพออยู่ในที่มืดๆ หรือกล้องไม่สามารถรับแสงสว่างได้ หน้าจอก็จะดับ
แต่หากอยู่ในที่ๆ มีแสงสว่างหน้าจอก็จะติดโดยอัตโนมัตินั่นเอง
Waking Up and Lock Screen
การใช้งานล็อคหน้าจอและการปลดล็อคการใช้งานให้คืนสู่ปกติ
เรียกไ้ด้ว่าไมโครซอฟท์ให้ความสำคัญกับส่วนนี้เช่นเดียวกัน ลองดูตัวอย่าง
ที่เมื่อหน้าจอดับอยู่ เราก็จับเครื่องเขย่าๆๆ หน้าจอก็จะคืนมาสู่ปกติ
นอกจากนี้ในรายละเอียดของการเรียกให้เครื่องกลับมาทำงานตามปกติ ยังมีเอฟเฟ็คที่สวยงามและนิ่มนวล
ซึ่งดูแล้วเรียกว่าใส่ใจในรายละเอียดต่างๆ มากยิ่งขึ้นสำหรับ Windows Mobile 7 นี้
การทำงานแทบจะเรียกว่านำไอเดียของ iPhone ไปพัฒนาต่อยอดเลยล่ะครับ และแน่นอนว่า
คงใส่รายละเอียดในสไตล์ไมโครซอฟท์มาด้วย และแน่นอนว่านี่เองเป็นสิ่งที่ทำให้ Windows Mobile 7
แตกต่างออกไป
อีกหนึ่งลูกเล่นในขณะที่ lock หน้าจออยู่ก็คือ สามารถใช้การวาดลงบนหน้าจอ โดยเป็นเส้นขยุกขยิกไปมา
ตามรูปด้านล่าง เพื่อใช้เป็นลูกเล่นเอฟเฟ็คที่มีผลกับ wallpaper ที่ใช้งานอยู่
ไมโครซอฟท์เองก็ต้องการมี lock screen หน้าจอที่แตกต่างจาก iPhone และให้ประสบการณ์ใหม่ๆ
ในการใช้งาน lock screen คงต้องมาติดตามกันว่าไมโครซอฟท์เอง
จะคิดออกหรือเปล่า
ว่าจะไม่ลอก iPhone ได้ยังไง
Multi-Touch ก็มาในเวอร์ชั่นนี้ล่ะ จะเห็นได้จากภาพด้านล่างที่นำ Multi-Touch มา้ใช้ในการลากเส้นขยุกขยิก
เพื่อสร้างเอฟเฟ็คกับ wallpaper
เมื่อเราลากเส้นจากนิ้วเดียว หรือสองนิ้วที่เรียกว่า Multi-Touch
หน้าจอที่แสดงผลจะเห็นว่า มีหยดน้ำตามจุดต่างๆ เรียกว่าเป็นเอฟเฟ็คเล็กๆ น้อยๆ คงจะมีเอฟเฟ็คอื่นๆ
ที่น่าสนใจมากกว่านี้ ในตัวจริง
Toch Scrolling/Flicking
การใช้การสคอลและการสะบัดนิ้วขึ้นลงนับว่าเป็นอีกหนึ่งอย่างที่ เราใช้งานกันใน Windows Mobile 6 ในปัจจุบัน
และมีโปรแกรมออกมารองรับกันมากมาย แต่สำหรับบน Windows Mobile 7 นั้นการใช้งานลักษณะนี้
จะพร้อมใช้งาน


ตัวอย่างของการเปลี่ยนหน้าจอแบบสคอลไปทางซ้ายหรือขวา ซึ่งจะเป็นการเปลียนหน้าจอจากเมนู
Recent Program เป็น Phone
ส่วนใน Outlook สามารถใช้ได้ทั้งสคอลซ้ายขวาเพื่อเปลี่ยนเข้าไปดูเนื้ออีเมล
และสบัดขึ้นลงเพื่อดูเมลที่มีอยู่ด้านล่างหรือด้านบน เรียกว่าเหมือนกับการใช้งานในปัจจุบัน
เพียงแต่ว่าตอนนี้เราใช้งานกันแค่โปรแกรมที่รองรับ Contact เท่านั้น
และการใช้งานนี้ยังรวมถึงโปรแกรมอื่นๆ อีกด้วย อาทิเช่น โปรแกรมแผนที่ของ ไมโครซอฟท์ที่เรียกว่า
Live Map เป็นบริืการของไมโครซอฟท์ที่คาดว่าคงเพิ่มเติมการใช้งานมาให้ด้วยใน Windows Mobile 7
และแน่นอนว่าสามารถเลื่อนแผนที่ดูได้อย่างสะดวกโดยใช้นิ้วของเรานี่ล่ะ
ในการใช้งาน IE Mobile ก็มีความสามารถมากมาย เรียกว่าคงลืม IE เดิมๆ ไปเลย
งานนี้ต้องยกนิ้วให้ไอเีดียของ Safari บน iPhone ที่มีอิทธิพลทำให้ไมโครซอฟท์เปลี่ยนแปลงในครั้งนี้
ซึ่งสามารถใช้งานคีย์บอร์ดในขณะพิมพ์ จะมีตัวอักษรแสดงคล้ายกับ บน iPhone
และเมื่อแตะค้างเอาไว้ที่ลิงค์บนเว็บเพจ ก็จะเป็นการซูมดูลิงค์นั้นๆ นอกจากนี้สามารถทำไฮไลท์ข้อความ
และเีรียกดูข้อความต่างๆ ทั้งในแบบย่อและขยายได้ เีรียกได้ว่าเป็น Safari เวอร์ชั่นอัพเกรด
ส่วนการทำงานของ Office Mobile อย่าง Microsoft Word Mobile
ก็เป็นส่วนหนึ่งของ Office 2007 Ribbon ที่ออกแบบมารองรับการทำงานแบบโมบายล์
และยังมีการทำงานของ handwriting recognition สำหรับ Onenote Mobile ตามตัวอย่าง
เพียงแค่แตะหน้าจอค้างเอาไว้ก็จะมีเมนูเลือกการทำงานขึ้นมา
สำหรับการใช้งาน scroll ขึ้นลงเพื่อเพิ่มความสะดวกในการเรียกใช้งานโปรแกรมหรือค้นหา
โดยใช้นิ้วสะบัดขึ้นหรือลง แต่การใช้งาน directional pad ก็เป็นอีกหนึ่งส่วนประกอบกับการใช้นิ้ว
ซึ่งการใช้ directional pad จะสามารถเลือกทีละบรรทัด หรือทีละไอเท็มได้สะดวกมากกว่า
การใช้งานจริงๆ นั้น เราคงต้องใช้ทั้งสองแบบประกอบกัน
จะเห็นว่าใน Windows Mobile 7 นั้นไม่มี scroll bar มาให้ด้วย เราต้องใช้การสะบัดนิ้วขึ้นลงแทน
หากต้องการ scroll แบบเร็ว ก็ให้เราแตะค้างเอาไว้แล้วลากขึ้นหรือลงยาวๆ ซึ่งการใช้งานส่วนนี้
จะมาแทน scroll bar นั่นเอง หากจะหยุดการ scroll ก็เพียงแค่แตะลงไปที่หน้าจออีกครั้งนึง
นับว่าเป็นการทดแทนที่ดูแล้วน่าจะสะดวกกับการใช้งานมากขึ้น
ในการดูพรีวิวภาพปกอัลบั้มแบบ filmstrip ที่แสดงภาพนักร้องและรายละเอียด ในแบบ zune icon ซึ่งแน่นอนว่าคอนเซ็ปท์นี้ คงคล้ายๆ กับ apple ที่จะมีการขายเพลงด้วย และการพรีวิวภาพแบบ filmstrip นี้ก็สามารถใช้ในการเรียกดูภาพได้เช่นกัน
สำหรับ Windows Mobile 7 ที่มีโค้ดเนมว่า Photon ก็คงจะผลิกโฉม Windows Mobile
แบบเดิมๆ ไปเรียบร้อย พร้อมนำเอาเทรนด์ของ Multi-Touch ที่อยู่ใน iPhone มาเป็นตัวชูโรง
รวมถึงลูกเล่นต่างๆ ที่พัฒนาต่อยอดจาก iPhone ทำให้ดูแล้ว iPhone เป็นของธรรมดาไปเลย
แต่แน่นอนว่าคงต้องมารอดูไมโครซอฟท์กันอีกครั้ง ว่าจะได้แค่ราคาคุย หรือว่าของจริง
ถ้าทำได้ตามนี้จริงๆ ล่ะก็ iPhone ก็ iPhone เถ่อะครับ ก็เหงื่อตกเหมือนกัน งานนี้สตีฟ จ๊อป
คงต้องกลับไปทำการบ้าน เปิดไอเดียใหม่ๆ กันอีกครั้ง ไม่แน่ครั้งหน้าเมื่อมีการประกาศ Windows Mobile 7
อย่างเป็นทางการจากไมโครซอฟท์ อาจจะเห็น iPhone เปิดตัวอีกครั้งกับเทคโนโลยีใหม่ๆ ก็เป็นได้
ส่วน Windows Mobile 7 เอง กว่าจะได้ใช้งานจริงๆ ก็คาดว่าหลังจากปี 2009 หรือว่าปี2552 เป็นอย่างต่ำ
ถ้างาน CES ปีนี้ นายบิล เกตส์ ไม่ประกาศออกมาล่ะก็เตรียมตัวเหงือกแห้งกันได้เลย
สงสัยงานนี้คงต้องใช้ของเดิมๆ กันไปก่อนล่ะ และแน่นอนว่าใครที่จะหวังอัพเกรดมาเป็น Windows Mobile 7 ล่ะก็
ขอบอกเลยว่าคงหมดสิทธิ์แน่ๆ เพราะสเปคเครื่องที่ใช้คงไม่สามารถรองรับการทำงานและเทคโนโลยีใหม่ๆ
ของ Windows Mobile 7 ได้อีกต่อไป รวมถึงการมาของ Windows Mobile 7 นั้น ทำให้โครงสร้างของ
Windows Mobile เปลี่ยนไป ทั้งทางด้าน Hardware และ Software ไม่แน่ว่าราคาของ Windows Mobile Phone
ในอนาคตอาจจะพุ่งกระฉูดขึ้นอีกครั้งก็เป็นได้ ก็มีลูกเล่นเยอะซะขนาดนี้
คงต้องการ Hardware สเปคสูงน่าดูชมเลยล่ะ และอีกหน่อยทางด้าน Software
ก็คงจะเห็นอะไรแปลกๆ ใหม่ๆ รวมๆ แล้วการมาของ Windows Mobile 7
เป็นการพัฒนาครั้งใหญ่ของ ไมโครซอฟท์ ขอฟันธง!!!
ที่มา: http://www.pdamobiz.com/show_news.asp?NewsID=111341&PN=1
_____________________________________________________


#1 By (122.154.132.2) on 2008-11-18 10:11